ฝากครรภ์ตรวจเลือดอะไรบ้าง รายการตรวจเลือดของหญิงตั้งครรภ์มีโรคติดเชื้อที่ส่งต่อจากแม่สู่ลูกได้สามโรคที่บทความนี้เล่า คือเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบบี แนวทางการตรวจของไทยปี 2568 ให้ตรวจเอชไอวีทั้งหญิงตั้งครรภ์และสามีตอนแรกรับและเมื่ออายุครรภ์ 32 สัปดาห์ และจัดหญิงตั้งครรภ์กับคู่เพศสัมพันธ์ทุกรายไว้ในรายชื่อผู้ที่ควรตรวจซิฟิลิสและไวรัสตับอักเสบบี
ฝากครรภ์ตรวจเลือดอะไรบ้าง ตามสิทธิและแนวทางของไทย
หน้าสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรคของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ลงวันที่เผยแพร่ 22 สิงหาคม 2567 ผู้เขียนเปิดอ่านเมื่อ 7 ตุลาคม 2569 ในบริการของกลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดมีการตรวจเลือดคัดกรองภาวะซีด ซิฟิลิส เอชไอวี ตับอักเสบบี ธาลัสซีเมีย และดาวน์ หน้านั้นไม่ได้เขียนเงื่อนไขว่าใครใช้สิทธิได้บ้าง ให้ถามหน่วยบริการที่ฝากครรภ์
บทความนี้เล่าเฉพาะสามโรคที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จากแนวทางของกรมควบคุมโรคสองฉบับ คือแนวทางการตรวจปี 2568 กับแนวทางการรักษาเอชไอวีปี 2564/2565
| โรค | ใครควรตรวจ ตามแนวทางปี 2568 | ตรวจเมื่อไร |
|---|---|---|
| เอชไอวี | หญิงตั้งครรภ์และสามี | ปี 2568: แรกรับ และอายุครรภ์ 32 สัปดาห์ · ปี 2564/2565: ฝากครรภ์ครั้งแรก และซ้ำที่ 28 ถึง 32 สัปดาห์ถ้าผลแรกเป็นลบ |
| ซิฟิลิส | หญิงตั้งครรภ์และคู่เพศสัมพันธ์ทุกราย | ปี 2568: ไม่ได้กำหนดอายุครรภ์ · ปี 2564/2565: แรกรับ และซ้ำที่ 28 ถึง 32 สัปดาห์ถ้าผลแรกเป็นลบ |
| ไวรัสตับอักเสบบี | หญิงตั้งครรภ์และคู่เพศสัมพันธ์ทุกราย | ปี 2568: ไม่ได้กำหนดอายุครรภ์ · ปี 2564/2565: อยู่ในรายการตรวจตอนฝากครรภ์ครั้งแรก |
สองฉบับเขียนช่วงตรวจเอชไอวีซ้ำไม่เท่ากัน วันนัดจริงให้ถือตามที่คลินิกฝากครรภ์นัด
ถ้าตรวจพบระหว่างตั้งครรภ์ ป้องกันลูกได้ทางไหน
ผลเอชไอวีและซิฟิลิสครั้งแรกที่ขึ้นว่ามีปฏิกิริยายังไม่ใช่ข้อสรุป แนวทางปี 2568 ให้รายงานผลเอชไอวีเป็นบวกเมื่อตรวจครบสามวิธีในตัวอย่างเดียวกัน ส่วนผลซิฟิลิสให้แพทย์แปลผลร่วมกับประวัติและอาการ ผู้เขียนแนะนำให้ไปตามนัดระหว่างรอผลยืนยัน
ซิฟิลิส องค์การอนามัยโลก (WHO) เขียนว่าซิฟิลิสระหว่างตั้งครรภ์อาจนำไปสู่ทารกตายคลอด ทารกแรกเกิดเสียชีวิต และซิฟิลิสแต่กำเนิด ในกรณีที่ไม่ได้รักษา รักษาช้า หรือรักษาด้วยยาปฏิชีวนะผิดชนิด ร้อยละ 50 ถึง 80 ของกรณีเหล่านี้เกิดผลร้ายต่อการคลอด WHO เขียนว่าซิฟิลิสแต่กำเนิดป้องกันได้ด้วยการตรวจให้พบและรักษาแม่ด้วยยาเพนิซิลลินเท่านั้น
เอชไอวี แนวทางปี 2568 เขียนว่าเมื่อผลเป็นบวก แพทย์จะพิจารณาให้ยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันทารกจากการรับเชื้อจากแม่ขณะคลอด การให้ยานี้อยู่ในบริการของหญิงตั้งครรภ์ในหน้าสิทธิของ สปสช. ด้วย
ไวรัสตับอักเสบบี แนวทางปี 2568 เขียนว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ตรวจพบเชื้อต้องได้รับการตรวจเพิ่ม เพื่อพิจารณาการรักษาด้วยยาต้านไวรัสระหว่างตั้งครรภ์ ส่วนทารกที่เกิดจากแม่ที่มีเชื้อทุกราย ต้องได้รับวัคซีนและอิมมูโนโกลบูลิน (HBIG) โดยเร็วที่สุดหลังคลอด
ฝ่ายสามีอยู่ในแผนเจาะเลือดด้วยหรือไม่
สามีหรือคู่อยู่ในผู้ที่ควรตรวจทั้งสามโรคตามตารางข้างบน แนวทางปี 2568 เขียนถึงกรณีหญิงตั้งครรภ์ผลเลือดเอชไอวีเป็นลบแต่ไม่ทราบผลเลือดของสามี ว่าแนะนำให้พาสามีมาตรวจโดยเร็วที่สุดตั้งแต่ช่วงฝากครรภ์ ถ้ายังไม่มีผลระหว่างตั้งครรภ์ การตรวจสามีช่วงคลอดหรือหลังคลอดก็ยังมีประโยชน์ เพื่อป้องกันทารกที่เกิดจากแม่ซึ่งรับเชื้อในระยะท้ายของการตั้งครรภ์หรือช่วงให้นมบุตร ถ้าสามีมีเชื้อเอชไอวีแต่หญิงตั้งครรภ์ผลเป็นลบ แนวทางปี 2564/2565 ให้ดูแลหญิงตั้งครรภ์ตามความเสี่ยงที่ประเมิน
แนวทางปี 2568 เขียนเป็นหลักทั่วไปว่าการตรวจต้องไม่เป็นการบังคับ และผลตรวจแจ้งแก่ผู้รับการตรวจเป็นการส่วนตัว ไม่แจ้งผู้อื่น เว้นแต่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ถ้ายังไม่พร้อมชวนสามีหรือกังวลเรื่องความปลอดภัย ผู้เขียนแนะนำให้บอกเจ้าหน้าที่ที่ฝากครรภ์
หน้าสิทธิของ สปสช. ที่เปิดอ่าน เขียนเรื่องการตรวจของคู่ไว้เฉพาะการคัดกรองธาลัสซีเมีย ให้ถามหน่วยบริการว่าคู่ตรวจสามโรคนี้ได้ด้วยสิทธิใดและมีค่าใช้จ่ายหรือไม่ เรื่องการบอกคู่เมื่อตรวจเจอ อ่านต่อได้ที่ บอกคู่ว่าตรวจเจอ STI อย่างไร ให้คู่ไปตรวจและรักษาทัน
ฝากครรภ์ช้าหรือมาคลอดฉุกเฉิน ยังตรวจทันไหม
แนวทางปี 2568 แยกกรณีไว้ดังนี้
- ฝากครรภ์หลัง 32 สัปดาห์และยังไม่มีท่าทีว่าจะคลอด ยังตรวจเอชไอวีได้ตามขั้นตอนปกติ แต่ต้องให้ได้ผลรวดเร็ว ส่วนซิฟิลิสใช้ชุดตรวจที่ให้ผลเร็วได้
- มาคลอดฉุกเฉินและไม่มีผลตรวจเอชไอวีมาก่อน ให้ตรวจด้วยชุดตรวจอย่างเร็ว และควรเจาะเลือดสามีตรวจเอชไอวีและซิฟิลิสโดยเร็วเช่นกัน
- ปฏิเสธหรือไม่สามารถตรวจเลือดก่อนคลอด แนะนำให้ตรวจเอชไอวีหลังคลอดเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้
ในกรณีคลอดฉุกเฉิน แนวทางเขียนว่าเมื่อชุดตรวจเอชไอวีชุดแรกมีปฏิกิริยา ให้รีบรายงานแพทย์หรือพยาบาลห้องคลอดทันทีก่อนเด็กคลอด เพื่อให้ยาต้านไวรัสแก่แม่ได้ทัน จากนั้นตัวอย่างเลือดต้องเข้าสู่การตรวจยืนยันตามขั้นตอนปกติอีกครั้ง
สำหรับซิฟิลิสที่ตรวจแบบต้องการผลด่วน แนวทางเขียนว่าถ้าชุดตรวจพบแอนติบอดี แพทย์จะประเมินร่วมกับประวัติแล้วรีบให้การรักษาเบื้องต้น จากนั้นจึงตรวจยืนยันตามขั้นตอน
ผู้เขียนแนะนำให้ฝากครรภ์ทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์ ถ้าฝากช้าไปแล้วก็ยังควรไป
ผลลบตอนฝากครรภ์ครั้งแรก ต้องตรวจซ้ำไหม
แนวทางปี 2568 ให้ตรวจเอชไอวีอีกครั้งเมื่ออายุครรภ์ 32 สัปดาห์ ส่วนแนวทางปี 2564/2565 ให้ตรวจทั้งเอชไอวีและซิฟิลิสซ้ำเมื่ออายุครรภ์ 28 ถึง 32 สัปดาห์ถ้าผลแรกรับเป็นลบ หลังคลอด ถ้าประเมินได้ว่าแม่อาจมีความเสี่ยงในช่วงคลอดหรือช่วงให้นมบุตร แนวทางปี 2568 ให้ตรวจเอชไอวีซ้ำทั้งแม่และลูก
ถ้ากังวลว่าเพิ่งมีโอกาสรับเชื้อ ให้บอกเจ้าหน้าที่ที่ฝากครรภ์ แนวทางปี 2568 มีขั้นตอนตรวจซ้ำสำหรับผู้ที่มีประวัติเสี่ยงมาไม่นานและตรวจไม่พบ
อ่านเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่อได้ที่หน้า STI: รู้ทัน ตรวจเป็น และรักษาได้ ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)
คำถามที่พบบ่อย
การตรวจสามโรคนี้อยู่ในสิทธิของ สปสช. ไหม
หน้าสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรคของ สปสช. มีการตรวจเลือดคัดกรองทั้งสามโรคอยู่ในบริการของหญิงตั้งครรภ์ เงื่อนไขการใช้สิทธิให้ถามหน่วยบริการที่ฝากครรภ์
ตั้งครรภ์ปกติดี ยังต้องเจาะเลือดสามโรคนี้ไหม
แนวทางไทยแนะนำให้ตรวจหญิงตั้งครรภ์ทุกราย โดยการตรวจต้องไม่เป็นการบังคับ WHO เขียนว่าการติดเชื้อซิฟิลิสส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรือไม่ถูกสังเกตเห็น และคนส่วนใหญ่ที่เพิ่งรับเชื้อไวรัสตับอักเสบบีก็ไม่มีอาการ
สามียังไม่พร้อมมาตรวจ ต้องรอเขาก่อนไหม
ผู้เขียนอ่านว่าไม่ต้องรอ แนวทางไทยให้ตรวจหญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่แรกรับ และเขียนว่าถ้ายังไม่มีผลเลือดสามีระหว่างตั้งครรภ์ การตรวจสามีช่วงคลอดหรือหลังคลอดก็ยังมีประโยชน์
ตรวจพบไวรัสตับอักเสบบีตอนตั้งครรภ์ ลูกได้รับการดูแลอะไร
แนวทางไทยปี 2568 เขียนว่าทารกที่เกิดจากแม่ที่มีเชื้อทุกราย ต้องได้รับวัคซีนโดยเร็วที่สุดภายใน 12 ชั่วโมงหลังคลอด พร้อมกับอิมมูโนโกลบูลิน (HBIG)
ตรวจเลือดก่อนตั้งครรภ์มาแล้ว ต้องตรวจตอนฝากครรภ์อีกไหม
แนวทางไทยแนะนำให้ตรวจหญิงตั้งครรภ์ทุกราย ผู้เขียนไม่พบข้อความที่ให้ข้ามการตรวจเพราะเคยตรวจมาก่อน อ่านเรื่องการตรวจเลือดก่อนแต่งงานได้ที่ ตรวจเลือด ก่อนแต่งงานจำเป็นไหม?
สรุป
- แนวทางปี 2568 ให้ตรวจเอชไอวีทั้งหญิงตั้งครรภ์และสามีเมื่อแรกรับและเมื่ออายุครรภ์ 32 สัปดาห์ ส่วนแนวทางปี 2564/2565 เขียนช่วงตรวจซ้ำไว้ที่ 28 ถึง 32 สัปดาห์
- แนวทางปี 2568 จัดหญิงตั้งครรภ์และคู่เพศสัมพันธ์ทุกรายไว้ในรายชื่อผู้ที่ควรตรวจซิฟิลิสและไวรัสตับอักเสบบี
- ผลเอชไอวีและซิฟิลิสครั้งแรกที่มีปฏิกิริยายังไม่ใช่ข้อสรุป การตรวจต้องไม่เป็นการบังคับ และผลตรวจแจ้งแก่ผู้รับการตรวจเป็นการส่วนตัว
- ฝากครรภ์ช้าหรือมาคลอดฉุกเฉิน แนวทางปี 2568 ยังมีการตรวจแบบให้ผลเร็วรองรับ
- หน้าสิทธิของ สปสช. ที่เปิดอ่านเมื่อ 7 ตุลาคม 2569 มีการตรวจทั้งสามโรคอยู่ในบริการของหญิงตั้งครรภ์ เงื่อนไขและการตรวจของคู่ให้ถามหน่วยบริการ
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- แนวทางการตรวจวินิจฉัยและการตรวจติดตามการรักษาการติดเชื้อเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบ บี ซี ปี 2568 กรมควบคุมโรค
- แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 กรมควบคุมโรค ใช้อ้างรายการตรวจของหญิงตั้งครรภ์และสามี
- สิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
- หน้าข้อเท็จจริงเรื่องซิฟิลิส องค์การอนามัยโลก
- หน้าข้อเท็จจริงเรื่องไวรัสตับอักเสบบี องค์การอนามัยโลก

