ถุงยางอนามัย

ถุงยางอนามัยแตก ควรรับมืออย่างไร

ถุงยางอนามัยแตก มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์บ่อยครั้งและไม่ได้ระมัดระวังเท่าที่ควร เพราะถุงยางอนามัยเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้คุมกำเนิดและป้องกันโรคอย่างหนึ่ง ถุงยางอนามัยของผู้ชาย จะใช้สวมอวัยวะเพศเมื่อต้องมีกิจกรรมทางเพศกับคู่นอนหรือคนรักของตัวเอง เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ โดยถุงยางอนามัยจะกันไม่ให้อสุจิเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ของผู้หญิง แต่เรื่องสำคัญ คือการสวมถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันโรคติดต่อ จนคนหลายคนอาจกังวลได้ว่าถ้าเกิดถุงยางอนามัยแตกขึ้นมา จะรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินนี้ได้อย่างไร

ข้อดีของถุงยางอนามัย

เพราะอะไรทำไม ถุงยางอนามัยแตก

  • เลือกถุงยางอนามัยผิดไซส์ : บางคนเลือกใช้ขนาดที่เล็กเกินไป จนทำให้ตอนสวมไปไม่เหลือพื้นที่บริเวณปลายสุดของถุงยางอนามัย เมื่อมีการหลั่งอสุจิออกมา ก็ไม่มีพื้นที่รองรับทำให้สารคัดหลั่งอัดแน่นอยู่ในถุงยางอนามัย
  • ลืมดูวันหมดอายุ : ถุงยางอนามัยที่เก่าเก็บจนหมดอายุ หรือเวลานำมาใช้ก็ไม่ได้สังเกตวันที่ว่าเก่ามากแค่ไหน จึงทำให้ประสิทธิภาพของถุงยางอนามัยลดลง
  • เก็บถุงยางไม่ถูกวิธี : ถุงยางอนามัยไม่ควรอยู่ใกล้แสงหรือความร้อน เพราะจะทำให้เสื่อมสภาพได้ หรือแม้แต่กระทั่ง ใครที่เก็บถุงยางไว้ในห้องอับชื้น เช่น ห้องน้ำ ห้องเก็บของ หรือเก็บในที่มีอุณหภูมิร้อนจัดอย่างช่องเก็บของในรถ หรือกระเป๋าเงิน พอนำมาใช้ก็มีโอกาสฉีกขาดได้ง่าย
  • หยิบใช้ไม่ระวัง : ถุงยางอนามัยในปัจจุบัน ผลิตออกมาค่อนข้างบางเพื่อช่วยให้ผู้สวมได้รู้สึกถึงอารมณ์ขณะร่วมเพศได้ดียิ่งขึ้น จึงมีโอกาสฉีกขาดได้ง่าย หากระหว่างแกะซองหรือหยิบจับถุงยางอนามัยใช้ฟัน กรรไกร หรือเล็บฉีก
  • ใช้เจลหล่อลื่นผิดประเภท : การเลือกใช้เจลหล่อลื่นเข้าช่วยให้กิจกรรมทางเพศราบรื่นมากขึ้น หากเลือกแบบสารหล่อลื่นชนิดน้ำมัน จะทำให้ยางที่เป็นวัสดุของถุงยางอนามัยเสื่อมสภาพ จนทำให้ถุงยางแตกได้ง่าย
  • มีเพศสัมพันธ์ที่รุนแรง : การเสียดสีอย่างรุนแรงมีโอกาสทำให้ถุงยางอนามัยแตกได้ทุกเมื่อ ยิ่งในคู่ที่ไม่ค่อยได้เล้าโลมอารมณ์กันก่อนมีการสอดใส่ สารหล่อลื่นธรรมชาติไม่ว่าจะจากช่องคลอดหรือทวารหนักยังผลิตออกมาไม่เพียงพอ ทำให้มีการสอดใส่ลำบาก เสียดสี และที่สำคัญอาจเกิดการฉีกขาดของเนื้อเยื่อบริเวณอวัยวะเพศที่มีเพศสัมพันธ์ได้

ถุงยางอนามัยแตก เสี่ยงต่อโรคอะไรบ้าง

แน่นอนว่า หากถุงยางอนามัยแตก ฉีกขาด หลุดรั่ว ย่อมมีความเสี่ยงทั้งการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ อีกมากมาย ได้แก่

  • ไวรัสเอชไอวี
  • ซิฟิลิส
  • หนองในแท้
  • หนองในเทียม
  • ไวรัสตับอักเสบบี
  • ไวรัสตับอักเสบซี
  • หูดหงอนไก่

ต้องทำอย่างไรถ้า ถุงยางอนามัยแตก

ถ้ารู้ตัวว่าถุงยางอนามัยแตก จะต้องหยุดกิจกรรมทางเพศทั้งหมดทันที และสำรวจดูว่าถุงยางอนามัยรั่วตรงไหนเพื่อให้แน่ใจว่ามีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด โดยมีข้อแนะนำดังนี้

  • ฝ่ายหญิง ควรรีบเข้าห้องน้ำและปัสสาวะ หรืออุจจาระในกรณีที่ร่วมเพศทางทวารหนัก เพื่อขับตัวอสุจิที่อาจจะคงค้างอยู่ใกล้ท่อปัสสาวะ แต่ไม่ควรฉีดน้ำหรือสวนล้างเข้าไปด้านในช่องคลอด เพราะจะยิ่งทำให้เชื้อหรืออสุจิเข้าไปข้างในเพิ่มขึ้น ใช้วิธีล้างทำความสะอาดเบาๆ ด้วยน้ำสะอาดภายนอกและบริเวณรอบอวัยวะเพศก็เพียงพอ
  • รีบติดต่อแพทย์ทันที เพื่อรับยาคุมฉุกเฉิน หรือยาต้านไวรัสเอชไอวีฉุกเฉิน (PEP) ภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากมีความเสี่ยง และควรทานยาต่อเนื่องจนครบ 28 วัน
  • กลับไปพบแพทย์ตามนัดอีกครั้ง เพื่อทำการตรวจหาเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งหมด

ไม่อยากให้ถุงยางอนามัยแตก ทำอย่างไรดีล่ะ

ความเสี่ยงเรื่องถุงยางอนามัยแตก จะหมดไป ถ้าทุกคนหันมาใส่ใจในเรื่องการใช้ถุงยางอนามัยที่ถูกต้อง การเก็บ การเลือกซื้อ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับกิจกรรมทางเพศทั้งหมด ศึกษาการวัดขนาดอวัยวะเพศของตัวเองให้เหมาะสมกับไซส์ถุงยางอนามัยที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน ที่สำคัญ คือการหัดสังเกตุวันหมดอายุของถุงยางอนามัยที่เลือกใช้ และให้ความสำคัญในการมีเพศสัมพันธ์อย่างมีสติ เช่น

  • การแกะถุงยางอนามัยออกจากซองอย่างระมัดระวัง ไม่ใช้เล็บ ฟัน หรือของมีคมใดๆ ไปแกะซองถุงยางอนามัยโดยเด็ดขาด
  • เมื่อแกะถุงยางอนามัยออกมาจากซอง ให้ทำการตรวจดูสภาพก่อนใช้งานทุกครั้ง ดูรอยฉีกขาดหรือรอยรั่ว หากมีก็ไม่ควรนำมาใช้ หากเก่าก็ให้เปลี่ยนอันใหม่
  • ถุงยางอนามัยออกแบบมาให้ใช้งานได้เพียงครั้งเดียว สวมใส่เพียงชิ้นเดียว ห้ามสวมถุงยางอนามัยสองชั้นโดยเด็ดขาด และไม่ควรใช้ร่วมเพศนานเกินกว่า 30 นาที เพราะการเสียดสีนานๆ มีโอกาสทำให้ถุงยางอนามัยฉีกขาดได้
  • สวมถุงยางอนามัยขณะที่อวัยวะเพศแข็งตัวเท่านั้น ใช้มือหนึ่งจับปลายถุงยางอนามัย และใช้อีกมือหนึ่ง รูดม้วนถุงยางอนามัยจนถึงโคนอวัยวะเพศ คลุมถุงยางอนามัยให้พอดีและไล่ฟองอากาศออกไปจนหมด

และสุดท้าย หากพบว่าถุงยางแตก ฉีกขาด หรือหลุดรั่วระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ควรหยุดกิจกรรมทางเพศทันที

ป้องกัน ถุงยางอนามัยแตก

จะเห็นได้ว่าข้อดีของการสวมถุงยางอนามัยมีอยู่มากมายจนเกินกว่าที่จะคิดกลัวว่าถุงยางอนามัยจะแตก ฉีกขาดหรือหลุดรั่ว แล้วเลือกไม่ใส่ นั่นเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะการสวมถุงยางอนามัยย่อมจะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสเอสไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อย่างแน่นอนครับ

อ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

Related Posts

ถุงยางอนามัยคือ

ถุงยางอนามัยคือ?

ถุงยางอนามัย (Condom) มาจากภาษาละติน แปลว่า ภาชนะที่รองรับ ทำด้วยวัสดุจากยางพารา หรือโพลียูรีเทน โดยฝ่ายชายเป็นฝ่ายใช้สวมครอบอวัยวะเพศของตนเอง  และเป็นอุปกรณ์ที่นิยมใช้เป็นอันดับต้นๆ สำหรับช่วยป้องกันการคุมกำเนิด และช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  ซึ่งปัจจุบันมีการผลิต และพัฒนาถุงยางอนามัยออกสู่ตลาดจำนวนมาก ในหลากหลายแบบให้เลือก ทั้งที่มีสีสัน ผิวเรียบ ผิวไม่เรียบ มีกลิ่น และรสผลไม้ รวมทั้งมีรูปทรงที่แปลกตามากขึ้น ซึ่งแต่ละแบบเน้นวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกันไป ชนิดของถุงยางอนามัย ถุงยางอนามัยที่มีการผลิตจำหน่ายมี 3 ชนิด โดยแบ่งตามวัสดุที่ใช้ ได้แก่ 1)…

รู้เท่าทันโรคเอดส์

รู้เท่าทัน ป้องกัน ลดเสี่ยงเป็นโรคเอดส์

คนส่วนใหญ่มักจะเข้าผิดว่าผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยโรคเอด์ เป็นโรคเดียวกัน จริงๆ แล้วผู้ที่ได้รับเชื้อเชื้อเอชไอวี ระยะแรกจะยังไม่เป็นโรคเอดส์จนผู้ติดเชื้อไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง จนผู้ติดเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ระยะสุดท้ายของการติดเชื้อ จึงจะเรียกว่า ผู้ป่วยโรคเอดส์ โรคเอดส์คืออะไร? โรคเอดส์ (AIDS หรือ Acquired Immune Deficiency Syndromes)       A = Acquired    หมายถึง สภาวะที่เกิดขึ้นมาภายหลัง ไม่ได้มีมาแต่กำเนิด        I = Immune     หมายถึง ส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน หรือภูมิต้านทานของร่างกาย      D…

Safe Sex

Safe Sex คืออะไร

Safe Sex คืออะไร  คือ การมีเซ็กซ์ หรือเพศสัมพันธ์กันอย่างปลอดภัย ซึ่งคนส่วนใหญ่คิดว่ามีเพียงแค่การใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ แต่ความจริงแล้วการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยมีมากกว่านั้น อย่างเช่น การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่าการช่วยตัวเอง ซึ่งวิธีอย่างหนึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ร้ายแรง หรือน่ารังเกียจ ทำไมต้อง Safe Sex?  การ Safe Sex หรือการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยนั้น เพื่อเป็นการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อเอชไอวี, โรคเอดส์,…